คลังข้อสอบ

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 1

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 2

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 3

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 4

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 5

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 6

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 7

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 หน่วยที่ 8

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 1

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 2

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 3

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 4

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 5

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 6

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 7

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 ชุดที่ 8

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 1

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 2

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม. 3 ชุดที่ 3

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 4

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 5

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 6

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 7

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.3 ชุดที่ 8

ขอขอบคุณ  บล็อกเพื่อนครู   https://edu4load.wordpress.com/category

รวมข้อสอบ GSP

รวมข้อสอบ GSP

1. ระดับประถมศึกษา
 1.1 ปี 2554
1.2 ปี 2553
1.3 ปี 2552
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
2.1 ปี 2554
2.2 ปี 2553
2.3 ปี 2552
3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
3.1 ปี 2554
3.2 ปี 2553
3.3 ปี 2552
โดย  jirapann

โปรแกรม GSP

โปรแกรม GSP

รวมทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโปรแกรม GSP ของ สพป.สพ.3

SETUP_GSP.rar  View Download        โปรแกรมGSP
ข้อสอบGSP.zip      Download               ข้อสอบ สพป.สพ.3
โปรแกรมคิดเลขเร็ว.gsp  Download        ผลงานการแข่งขัน GSP ระดับเขตพื้นที่รวม
ข้อสอบอัจฉริยภาพ.zip Download      ข้อสอบ สพป.สพ.3 ปี กศ.54เอกสารขอขอบพระคุณ คุณครูสุกัญญา ศรีสาคร ที่กรุณาอย่างสูงครับ
เอกสารประกอบการอบรมGSP.rar View Download  เอกสารประกอบการอบรม25-27ก.ย.54

แผนการสอนคณิตศาสตร์ หลักสูตร 51

แผนการสอนคณิตศาสตร์ หลักสูตร 51
              แผนการจัดการเรียนรู้สำหรับครูคณิตศาสตร์ ทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย  ทั้งคณิตศาสตร์พื้นฐาน (Basic Mathematics) และคณิตศาสตร์เพิ่มเติม (Additional Mathematics)   ต้องกราบขอบพระคุณ คุณครูบุญเกิด ศิริวรรณ (พี่หมู) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนขามแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น เจ้าของไฟล์ที่ให้ความอนุุเคราะห์เพื่อนครูคณิตศาสตร์
ตามลิงค์ด้านล่างนี้นะครับ

การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ

          1  การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เป็นการวิจัยที่มุ่งหาข้อเท็จจริงและข้อสรุปเชิงปริมาณ เน้นการใช้ข้อมูลที่เป็นตัวเลขเป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของข้อค้นพบ และสรุปต่างๆ มีการใช้เครื่องมือที่มีความเป็นปรนัยในการเก็บรวบรวมข้อมูลเช่น แบบสอบถามแบบทดสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์ การทดลอง เป็นต้น  
                   2 การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เป็นการวิจัยที่นักวิจัยจะต้องลงไปศึกษาสังเกต และกลุ่มบุคคลที่ต้องการศึกษาโดยละเอียดทุกด้านในลักษณะเจาะลึก ใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการเป็นหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้การวิเคราะห์เชิงเหตุผลไม่ได้มุ่งเก็บเป็นตัวเลขมาทำการวิเคราะห์

ข้อแตกต่างระหว่างการวิจัยเชิงเชิงคุณภาพและการวิจัยปริมาณ

            การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพมีที่มาแตกต่างกัน กล่าวคือ  การวิจัยเชิงคุณภาพมีพื้นฐานปรัชญาแบบธรรมชาตินิยม (Naturalism)  ในขณะที่การวิจัยเชิงปริมาณมีพื้นฐานแบบปรัชญาแบบปฏิฐานนิยม  (Positivism)  ดังนั้น การค้นหาความจริงด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพจะเน้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามสภาพการณ์ที่เป็นธรรมชาติ  ซึ่งบางครั้งเรียกว่า แนวคิดแบบปรากฎการณ์นิยม (Phenomenalism)  แล้วอาศัยวิธีการพรรณนาเป็นสำคัญ  ในขณะที่การค้นหาความจริงด้วยวิธีการวิจัยเชิงปริมาณต้องอาศัยกระบวนการหรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนรากฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ และขั้นตอนที่มีระเบียบแบบแผน

            ในกระบวนการศึกษาวิจัยด้วยวิธีการเชิงคุณภาพจะเริ่มต้นด้วยข้อมูลสภาพการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาศึกษาวิเคราะห์ด้วยวิธีการอุปมาน  แล้วสรุปตีความผลการวิเคราะห์ตั้งเป็นองค์ความรู้  เป็นกฎหรือทฤษฎี    กรณีของการศึกษาวิจัยวิธีการเชิงปริมาณจะเริ่มต้นด้วยกฎหรือทฤษฎีก่อน  จากนั้นข้อมูลเชิงประจักษ์จะถูกรวบรวมและนำมาศึกษาวิเคราะห์ด้วยวิธีการอนุมาน และสรุปเป็นข้อค้นพบ

เปรียบเทียบความแตกต่างในคุณลักษณะของการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ

การวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงปริมาณ

1.  มีรากฐานมาจากปรัชญาแนวคิดแบบธรรมชาตินิยม(Naturalism) 

2. มุ่งทำความเข้าใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง

3. เป็นการวิจัยที่เน้นการพรรณนา/อธิบาย (Descriptive approach)

4. ให้ความสำคัญกับกระบวนการได้มาซึ่งความจริงโดยมองแบบองค์รวม (Wholisticview)

5. ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงอุปมาน

6. มุ่งแสวงหาความรู้เพื่อสร้างเป็นกฏ/ทฤษฎี

7. สิ้นสุดการศึกษาวิจัยด้วยทฤษฎี

8. ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

1. มีรากฐานมาจากปรัชญาแนวคิดแบบปฏิฐานนิยม (Phenomenalism)

2.มุ่งเน้นกาความจริงที่คนทั่วไปจะยอมรับ (common reality)

3. เป็นการวิจัยที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์และทดลอง () ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยวิธีการทางสถิติ

4. ให้ความสำคัญกับผลที่จะได้รับมากกว่ากระบวนการการดำเนินการมีขั้นตอน ระเบียบแบบแผนที่ค่อนข้างแน่นอน

5. ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงอนุมาน ด้วยการทดสอบคำตอบที่คาดคิดไว้ล่วงหน้า

6. เริ่มต้นการศึกษาวิจัยด้วยทฤษฎี

7. เริ่มต้นการศึกษาวิจัยด้วยทฤษฎี

8. ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์

ที่มา : มนัส  สุวรรณ. ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ . พิมพ์ที่ โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์ , กรุงเทพฯ . 2544. 

ขั้นตอนของกระบวนการทำวิจัยสามารถแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่

          1.  การกำหนดปัญหาการวิจัย (Problem definition) ซึ่งจะคลอบคลุมถึง ที่มาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย จุดมุ่งหมายของการวิจัย สมมติฐานของการวิจัย และประโยชน์ที่จะได้รับ 

          2.  การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Review related literature) เป็นการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องว่ามีใครทำวิจัยในประเด็นเกี่ยวกับปัญหานั้น ๆ ไว้บ้าง ผลการวิจัยได้ข้อค้นพบอะไรบ้าง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยอย่างไร ตัวแปรที่ศึกษามีอะไรบ้าง กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นอย่างไร เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้ทำวิจัยมีอะไร เป็นต้น

          3.  วิธีดำเนินการวิจัย (Method) เป็นการกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย (conceptual framework) ว่าการวิจัยมีประเด็นและสาระสำคัญอะไรบ้าง และขอบเขตการวิจัยเป็นอย่างไร ตัวแปรที่ศึกษามีอะไรบ้างและนิยามอย่างไร แบบแผนการวิจัย (research design) เป็นอย่างไร การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การสร้างเครื่องมือการวิจัยและการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล 

          4.  การรายงานผลการวิจัย (Result) เป็นการแสดงผลลัพธ์จากการวิจัย แสดงผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลให้อยู่ในรูปแบบของรายงานการวิจัย

          5.  การสรุปและอภิปรายผล (Conclusion and Discussion) เป็นการสรุปการดำเนินงานทั้งหมดตั้งแต่การกำหนดปัญหาการวิจัย จุดมุ่งหมายการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัยอย่างย่อ ผลการวิจัย และอภิปรายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนข้อเสนอแนะในการประเด็นปัญหาวิจัยที่ควรได้รับการวิจัยต่อไป 

การกำหนดประเด็นปัญหาในการวิจัยโดยทั่วไป

          ปัญหาการวิจัย (Research Problem) หมายถึง สิ่งที่ก่อให้เกิดความสงสัย ใคร่รู้คำตอบ   ดังนั้น การกำหนดปัญหาการวิจัย จึงหมายถึง การระบุประเด็นที่นักวิจัยสงสัย และประสงค์ที่จะหาคำตอบ ซึ่งก็คือ ปัญหาการวิจัย นั่นเอง ฉะนั้น นักวิจัยจึงจำเป็นต้องระบุปัญหาการวิจัยให้เป็นกิจลักษณะ และชัดแจ้งทุกครั้งที่ดำเนินการวิจัย

        หลังจากกำหนดหัวข้อปัญหาในการวิจัยได้ตามความเหมาะสมแล้ว  ขั้นต่อไปจะต้องกำหนดประเด็นปัญหาของการทำวิจัยในชัดเจน  เป็นการตีกรอบปัญหาให้อยู่ในวงจำกัด  ซึ่งการตีกรอบปัญหาให้ชัดเจนจะช่วยให้ผู้วิจัยกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัยออกมาให้เด่นชัดขึ้น  เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบวิจัยและวางแผนงานของการวิจัยในขั้นอื่น ๆ ต่อไป

            ประเด็นปัญหาในการวิจัย  โดยปกติจะเป็นปัญหากว้าง ๆ ที่ผู้วิจัยสนใจและอยากรู้คำตอบ  เช่น “การย้ายถิ่นของประชากรในประเทศไทย”  เบื้องหลังปัญหานี้อาจมีสิ่งต่าง ๆ มากที่ผู้วิจัยอยากรู้  เช่น จำนวนผู้ย้ายถิ่น  แบบแผนการย้ายถิ่นและ/หรือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการย้ายถิ่น  แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องค่าใช้จ่าย เวลา และความรู้ความสามารถ  อาจทำให้ผู้วิจัยไม่สามารถศึกษาได้ทุกประเด็น  นั้นเป็นหน้าที่ของผู้วิจัยที่จะต้องเสนอหรือแสดงให้ผู้อื่นทราบและเข้าใจ  การกำหนดประเด็นปัญหา คือวิธีการสรุปปัญหากว้าง ๆ ที่เลือกมาให้แคบงเพื่อสะดวกแก่การเข้าใจ 

การกำหนดประเด็นปัญหาในการวิจัยทางการพัฒนาชุมชน

          การพัฒนาชุมชนในอดีตที่ผ่านมา  จะเห็นว่าการพัฒนาชุมชนหรือชนบทเป็นการพัฒนาในเชิงที่ “ชุมชนและท้องถิ่นถูกพัฒนา”  รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกรอบความคิดและวางแผนในการพัฒนาบ้านเมืองพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาชุมชน แล้วรัฐบาลก็ไปจัดการ ไปดำเนินการผ่านกลไกของระบบราชการ ชุมชนและท้องถิ่นจึงถูกพัฒนา ซึ่งหมายถึง ถูกสั่ง ถูกบอก และร่วมพัฒนาไปด้วย กระบวนการพัฒนาเกิดขึ้นภายใต้ระบบราชการที่รัฐบาลเป็นผู้กำกับ จากข้างบนลงล่าง บทบาทของชุมชนและท้องถิ่นในการพัฒนาจึงเป็นบทบาทรอง เป็นบทบาทที่ไม่สำคัญ บทบาทที่โดดเด่นและมีความสำคัญก็คือรัฐ  โดยรัฐเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาชุมชน และชุมชนเป็นผู้ถูกพัฒนา ชุมชนร่วมพัฒนา

            ในการกำหนดประเด็นปัญหาการวิจัยการพัฒนา ก็ต้องปรับกระบวนทัศน์ ปรับแนวคิดใหม่ จาก “ชุมชนถูกพัฒนา” ขยับเป็นขั้น “ชุมชนร่วมพัฒนา” ในกระบวนการวิจัยพัฒนาต้องให้ความสำคัญกับบทบาทของชุมชนมากขึ้น ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวิจัยด้วย เรียกว่า “ชุมชนเป็นศูนย์กลางของการวิจัย”  

หนังสืออ้างอิง

            1. มนัส  สุวรรณ. ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ . พิมพ์ที่ โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์ , กรุงเทพฯ . 2544. 

            2. ยุทธ  ไกยวรรณ์ . พื้นฐานการวิจัย (ฉบับปรับปรุงใหม่) . สุวีริยาสาส์น , กรุงเทพฯ . พิมพ์ครั้ง ที่ 4 . 2545.